อะรันสะหวุด

posted on 02 Sep 2008 03:14 by aboutabird

ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนทุกวัน หาข้อมูลมาอัพเดทบ่อยๆ แต่พอดีมะวานรู้สึกปวดหัวมั่กๆ คงเป็นเพราะว่าช่วงที่ผ่านมาพักผ่อนน้อย ร่างกายก็เลยต้องต่อต้านนิดหน่อย ทำให้ต้องล้มป่วยกันไป

เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินคำผวนมาไม่มากก็น้อยนะครับ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตเราตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะทุกครั้งที่เราได้ฟังในช่วงแรกๆ ก็จะแอบงงเล็กๆ ว่าเค้าพูดอะไรกันหว่าาา....

 

คำผวนมีมาแต่ครั้งใดสมัยใดไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่ถ้าเป็นไปตามเกร็ดประวัติกวีของศรีปราชญ์และสุนทรภู่แล้ว คำผวนคงจะมีมานานนับเป็นร้อย ๆ ปีทีเดียวเล่ากันว่าในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้น พระองค์โปรดให้กวีแต่งโคลงแข่งขันกันอยู่เสมอครั้งหนึ่งทรงกำหนดกระทู้ที่ไม่มีความหมายให้ศรีปราชญ์แต่ง ศรีปราชญ์ก็แต่งได้ในทันทีทันใด กระทู้หนึ่งที่ศรีปราชญ์แต่งเป็นโคลงคือ “เปแปมานา” ซึ่งศรีปราชญ์ก็ได้แต่งว่า ดังนี้

เป ทะลูอยู่ถ้ำ มีตม
แป สะหมูอยู่ตม ไต่ไม้
มา แดงแกว่งหางงม หาคู่
นา ปล้ำน้ำจิ้มให้ รสลิ้มชิมลอง

คำที่ผวน ได้แก่ เปทะลู คือ ปูทะเล แปสะหมู คือ ปูแสม มาแดง คือ แมงดา และนาปล้ำ คือ น้ำปลาส่วนสุนทรภู่นั้นนัยว่าแต่งคำผวนสองครั้ง ครั้งแรกเป็นช่วงที่ท่านตกอับในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งในรัชกาลนี้ได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามหรือวัดโพธิ์ และโปรดให้นักปราชญ์ราชกวีแต่งกวีนิพนธ์เพื่อจารึกไว้ในบริเวณวัด รวมทั้งจารึกเกี่ยวกับตำรายาต่าง ๆ ด้วย ด้วยเหตุที่สุนทรภู่ไม่มีส่วนในการแต่งครั้งนี้ก็คงจะน้อยใจเลยแต่งเล่น ๆ เป็นทำนองล้อว่า “โรคมากรากโมกต้มกินหาย ” (ประยงค์ อนันทวงศ์ ๒๕๓๕ : ๓๕) ซึ่งคำว่า “โรคมาก ” นั้นเมื่อผวนกลับก็จะเป็น “รากโมก ” การผวนคำนี้ของสุนทรภู่ได้ทั้งเนื้อหาและแสดงถึงความมีปฏิภาณของท่านได้เป็นอย่างดีอีกครั้งหนึ่งสุนทรภู่แต่งโคลงด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนมาว่าท่านดีแต่แต่งกลอน ส่วนการแต่งโคลงนั้นไม่เอาไหน ท่านจึงแต่งโคลงเป็นคำผวนว่า

เฉน็งไอมาเวิ่งเว้า วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้ ชีพม้วนมังระณอ

โคลงบทนี้ถ้าใครไม่สันทัดคำผวนคงจะฉงนสนเท่ห์ว่าเป็นภาษาอื่นไม่ใช่ภาษาไทย แต่ผู้ที่ผวนเป็นก็จะผวนออกมาเป็นคำ ๆ ได้ดังนี้ เฉน็งไอ คือ ไฉนเอ็ง วู่กา คือ ว่ากู รูกับกาว คือ ราวกับกู เมิงแต่ยาคือ มาแต่เยิง (เยิง คือ ป่า) มู่ไร้ คือ ไม่รู้ ปิดเซ็น คือ เป็นศิษย์ จะมู่ซา คือ จะมาสู้ เคราทู่ คือ ครูเฒ่าเฉะแต่จะตอบ คือ ชอบแต่จะเตะ มังระณอ คือ มรณัง เมื่อรู้คำผวนหมดแล้วจะเข้าใจได้ดีถึงความหมายของโคลงบทนี้ 

 

คำผวน เป็น วิธีการสลับคำ โดยใช้ สระ และ ตัวสะกด ของ พยางค์หน้า และ พยางค์สุดท้าย มาสลับกัน ทำให้เกิดคำใหม่ที่อาจไม่มีความหมาย แต่การออกเสียงจะคล้องจองกับรูปเดิม ทำให้สื่อความหมายกันได้ คำผวนนั้นนิยมใช้กับคำสองหรือสามพยางค์เป็นส่วนใหญ่ เพราะสามารถสลับตำแหน่งได้ง่าย คำพยางค์เดียวนั้นไม่สามารถผวนได้ ส่วนคำหลายพยางค์ อาจต้องแยกเป็นส่วนๆ ไม่สามารถสลับตำแหน่งอย่างคำน้อยพยางค์ วิธีการสร้างคำผวน เรียกว่า "ผวน" หรือ "การผวนคำ"

หลักทั่วไปของการผวนคำ

  1. คำผวนเป็นการเล่นทางภาษาอย่างหนึ่งในภาษาไทย ที่ใช้วิธีการผวนคำ หรือสลับตำแหน่งของเสียงสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ ในคำสองพยางค์ขึ้นไป
  2. การสลับตำแหน่งที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นกับคำสองพยางค์ เช่น ดำเนิน - เดินนำ ในที่นี้ พยัญชนะต้นของทั้งสองพยางค์ยังคงตำแหน่งเดิม แต่สลับเสียงสระ(พร้อมเสียงรรณยุกต์และตัวสะกด) คือ สลับ ระหว่าง สระ "อำ" กับสระ "เอิน"
  3. ในคำ 3 พยางค์ การผวนจะยุ่งยาก จึงอาจเลือกที่จะผวนเฉพาะบางคู่ของพยางค์ เช่น สวัสดี (สะ-หวัด-ดี) มักเลือกผวนเฉพาะ พยางค์ที่สองและสาม คือ หวัด (สระ "อะ" เสียงเอก+ตัวสะกด "กด") -ดี (สระ "อี" เสียงสามัญ ตัวสะกดไม่มี) -> วี (สระ "อี" เสียงสามัญ ตัวสะกดไม่มี) - ดัด (สระ "อะ" เสียงเอก + ตัวสะกด "กด")
  4. คำ 4 พยางค์ขึ้นไป ไม่นิยมผวนคำ

คำผวนเป็นการเล่นเสียงเพื่อความสนุกสนาน บางคนนิยมใช้ผวนคำหยาบเรื่องเพศ เป็นการเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงคำหยาบนั้นตรงๆ หรือผวนคำเป็นปริศนา ซึ่งนิยมกันมากในปริศนาคำกลอนที่เรียกว่า ผะหมี นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนจำนวนไม่น้อย ใช้การผวนชื่อจริง เพื่อนำมาใช้เป็นนามปากกา

ตัวอย่างคำผวน

ทั่วไป
  • อรีด่อย = อร่อยดี (คำ 3 พยางค์, ผวนเฉพาะสองพยางค์หลัง)
  • สวีดัด = สวัสดี (คำ 3 พยางค์, ผวนเฉพาะสองพยางค์หลัง)
  • ก้างใหญ่ = ไก่ย่าง
  • จอเข็บ = เจ็บคอ

แนวตลก

  • หมาตาย (หมายตา)
  • กากินขี้หมู (กูกินขี้หมา)
  • ไข่กี้ (ขี้ไก่)
  • แอร์กี่ (อีแก่)
  • ใกล้ม้วย (กล้วยไม้)
  • น้องรัก (นักร้อง)
  • ไตวาย (ตายไว)

ยังมีตัวอย่างอื่นๆ อีกนะครับ ลองหากันดู (ขอบคุณข้อมูลจาก th.wikipedia.org/wiki)

คำผวนถูกนำไปใช้ในทุกโอกาส ทุกสาขาอาชีพ เพื่อสร้างรอยยิ้ม สร้างความบันเทิง แต่ที่เห็นได้ชัดและได้ยินบ่อยก็คงจะหนีไม่พ้นการเอามาใช้จีบหญิง มันเห็นผลจริงๆ นะและคิดว่ายังเล่นได้อีกนาน

อรุณสวัสดิ์...ครับ

edit @ 2 Sep 2008 04:52:28 by a b ♂u t a b ♀r d ™

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โคลงอันที่สองมากสุด
เฉน็งไอ หุหุหุ

#1 By Fraulein Jojoe on 2008-09-02 06:29

เครียดวุ้ย

ผวนได้แต่อันสุดท้ายอ่าลุง

ไปก่อนนะ

บะบุยๆๆ อิอิ

#2 By Lee Mei (124.120.105.245) on 2008-09-10 22:34